โลกตะลึงพบซากเรือโนอาห์

พบซากเรือโนอาห์กว่าอายุเกือบ5พันปีบนเขาอรารัตทางภาคตะวันออกของตุรกี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักโบราณคดีได้ค้นพบซากเรือโนอาห์บนเขาอรารัตทางภาคตะวันออกของตุรกี และเมื่อได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ด้วยกระบวนการน้ำยาคาร์บอนตรวจสอบสิ่งโบราณ ย้อนยุค พบว่าวัตถุดังกล่าวมีอายุ 4,800 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เรือดังกล่าวถูกระบุว่ามีอยู่บนโลก และน่าเชื่อว่าซากดังกล่าวเป็นเรือโนอาห์ 99.99 %

 

สำหรับซากเรือดังกล่าวมีลักษณะเป็นโครงสร้างที่แบ่งเป็นหลายส่วน บางส่วนรวมทั้งคานไม้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นส่วนที่ใช้เป็นที่พักของสัตว์ต่างๆที่โนอาห์นำขึ้นเรือ ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตุรกียังได้เรียกร้องให้รัฐบาลตุรกี ขอให้ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนวัตถุดังกล่าวเป็นมรดกโลก

ทั้งนี้ ตามพระคัมภีร์ไบเบิลระบุว่า พระเจ้าตัดสินใจที่จะทำลายล้างโลก หลังจากเห็นว่าโลกเต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้าย และได้สั่งให้โนอาห์สร้างเรือขึ้นมาพร้อมบรรทุกสัตว์ทุกประเภททั้งเพศผู้เพศ เมียขึ้นเรือ และเมื่อน้ำท่วมโลกลดลง เรือโนอาห์ได้ขึ้นไปอยู่ในเขา"อรารัต"

จากใจถึงใจ

 

 

 

กังหันลมโนอาห์

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง : พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ พระคัมภีร์พันธสัญญาเก่า ,ปฐมกาล บทที่ 6-9

บทที่ 6


1 มนุษย์เริ่มทวีมากขึ้นบนแผ่นดินและมีบุตรหญิง
2 บุตรชายของพระเจ้าเห็นว่าบุตรหญิงของมนุษย์งามดี ก็เลือกและรับไว้เป็นภรรยา
3 พระเจ้าจึงตรัสว่า "วิญญาณของเราจะไม่สถิตอยู่ในมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง อายุของเขาจะไม่เกินร้อยยี่สิบปี"
4 ในคราวนั้นมีคนเนฟิล {คือ พวกมนุษย์ยักษ์} อยู่บนแผ่นดิน เมื่อบุตรพระเจ้าได้สมสู่อยู่กับบุตรหญิงของมนุษย์และมีบุตร พวกนี้เป็นคนแกล้วกล้าในโบราณกาล? เป็นคนมีชื่อเสียง
5 พระเจ้าทรงเห็นว่าความชั่วช้าของมนุษย์มีมากบนแผ่นดิน และทรงเห็นว่าเค้าความคิดในใจของเขาล้วนเป็นเรื่องร้ายเสมอไป
6 พระเจ้าจึงเสียพระทัยที่ได้สร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดินและโทมนัส
7 พระเจ้าจึงตรัสว่า "เราจะกวาดล้างมนุษย์ที่เราได้สร้างมานี้ไปเสียจากแผ่นดิน ทั้งมนุษย์สัตว์กับบรรดาสัตว์เลื้อยคลานและนกในอากาศด้วย เพราะว่าเราเสียใจที่ได้สร้างมา"
8 แต่โนอาห์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรพระเจ้า
9 ต่อไปนี้คือพงศ์พันธุ์ของโนอาห์ โนอาห์เป็นคนชอบธรรม ดีพร้อมในสมัยของเขา โนอาห์ดำเนินกับพระเจ้า
10 โนอาห์มีบุตรสามคน ชื่อเชม ฮาม และยาเฟท
11 คนทั้งโลกเสื่อมทรามไปในสายพระเนตรของพระเจ้า และแผ่นดินก็เต็มไปด้วยความทารุณ
12 พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินก็ทรงเห็นว่าเสื่อมทราม เพราะบรรดามนุษย์ ประพฤติตนเสื่อมทรามบนแผ่นดิน
13 พระเจ้าจึงตรัสแก่โนอาห์ว่า "เราตัดสินใจแล้วว่า จะให้บรรดามนุษย์ถึงความพินาศเสียที ด้วยเหตุว่าโลกเต็มไปด้วยความทารุณเพราะการกระทำของมนุษย์ ดูเถิดเราจะทำลายพวกเขาพร้อมกับแผ่นดินโลก
14 เจ้าจงต่อนาวาด้วยไม้สนโกเฟอร์ แล้วทำเป็นห้องๆ และยาชันทั้งข้างในข้างนอก
15 จงต่อนาวานั้นตามแบบนี้ คือยาวสามร้อยศอก กว้างห้าสิบศอก สูงสามสิบศอก
16 จงทำช่อง {หรือ หลังคา} ข้างบนนาวาให้สูงศอกหนึ่ง จงตั้งประตูนาวาที่ด้านข้าง และทำดาดฟ้าชั้นล่าง ชั้นที่สองและที่สาม
17 เพราะดูเถิด เราเองจะเป็นผู้ทำให้น้ำท่วมแผ่นดิน จะทำลายมนุษย์และสัตว์ที่มีลมปราณทั้งปวงใต้ฟ้า ทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินจะตายสิ้น
18 แต่เราจะตั้งพันธสัญญาไว้กับเจ้า ให้เจ้าเข้าอยู่ในนาวา ทั้งบุตรภรรยาและบุตรสะใภ้
19 จงนำบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งตัวผู้และตัวเมียทุกชนิด อย่างละคู่เข้าไปไว้ในนาวา เพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่กับเจ้า
20 นกตามชนิดของมัน สัตว์ตามชนิดของมัน สัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมันทุกๆ ชนิดอย่างละคู่ต้องไปกับเจ้า เพื่อให้รอดชีวิตอยู่ได้
21 เจ้าจงสะสมเสบียงอาหารไว้ทุกอย่าง เป็นอาหารของเจ้าบ้างของสัตว์เหล่านั้นบ้าง"
22 พระเจ้าทรงบัญชาให้โนอาห์ทำอย่างไร โนอาห์ก็ทำอย่างนั้นทุกประการ

บทที่ 7


1 แล้วพระเจ้าตรัสแก่โนอาห์ว่า "เจ้าจงเข้าไปในนาวาหมดทั้งครัวเรือนของเจ้า เพราะในชั่วอายุคนรุ่นนี้เราเห็นเจ้าเป็นผู้ชอบธรรม
2 จงเอาบรรดาสัตว์ที่สะอาดไปด้วยทุกชนิดอย่างละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย และสัตว์ที่ไม่สะอาดอย่างละคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
3 นกในอากาศอย่างละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย เพื่อจะช่วยชีวิตสัตว์ไว้ให้สืบพันธุ์ทั่วพื้นแผ่นดิน
4 เพราะว่าอีกเจ็ดวันเราจะทำให้ฝนตกบนแผ่นดินสี่สิบวันสี่สิบคืน บรรดาสัตว์ที่มีชีวิตซึ่งเราสร้างมานั้น เราจะทำลายล้างเสียจากพื้นแผ่นดิน"
5 โนอาห์ก็ทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาตนทุกประการ
6 เมื่อน้ำท่วมแผ่นดินนั้น โนอาห์มีอายุได้หกร้อยปี
7 โนอาห์กับบุตรภรรยาและบุตรสะใภ้พากันเข้าไปในนาวานั้นเพื่อให้พ้นน้ำท่วม
8 สัตว์ประเภทไม่มลทินและประเภทมลทินกับนกและสัตว์ทุกชนิดที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน
9 ก็เข้าไปในนาวากับโนอาห์เป็นคู่ๆ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ดังที่พระเจ้าได้ทรงบัญชาโนอาห์ไว้
10 ครั้นล่วงไปเจ็ดวัน น้ำก็ท่วมแผ่นดิน
11 เมื่อโนอาห์มีอายุได้หกร้อยปีในเดือนที่สองวันที่สิบเจ็ดของเดือนนั้น ในวันนั้นเองน้ำจากบาดาลก็พลุ่งขึ้นมาตามธารทุกสาย และช่องฟ้าก็เปิด
12 ฝนตกบนแผ่นดินสี่สิบวันสี่สิบคืน
13 วันเดียวกันนั้นโนอาห์กับบุตรชื่อเชม ฮาม และยาเฟท และภรรยาของตน กับบุตรสะใภ้สามคนได้พากันเข้าไปในนาวา
14 คนเหล่านั้นกับบรรดาสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานทั้งปวง ตามชนิดของมัน และบรรดาสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมัน และบรรดานกตามชนิดของมัน คือนกทุกอย่าง
15 บรรดาสัตว์ที่มีลมปราณก็เข้าไปในนาวากับโนอาห์เป็นคู่ๆ
16 สัตว์ทั้งหลายที่เข้าไปนั้นมีทั้งตัวผู้และตัวเมียทุกอย่าง ต่างเข้าไปตามที่พระเจ้าทรงบัญชา แล้วพระเจ้าทรงปิดประตูนาวาเสีย
17 น้ำท่วมแผ่นดินตลอดสี่สิบวันน้ำทวีขึ้นหนุนนาวาให้สูงเหนือแผ่นดิน
18 น้ำทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน ส่วนนาวาก็ลอยขึ้นบนผิวน้ำ
19 น้ำยิ่งทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน ท่วมภูเขาสูงสุดที่อยู่ใต้ฟ้าทุกแห่งหมด
20 น้ำท่วมเหนือภูเขาเกินขึ้นไปอีกสิบห้าศอก
21 บรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน คือนก สัตว์ใช้งาน สัตว์ป่า กับบรรดาฝูงสัตว์เล็กๆ ที่อยู่บนแผ่นดิน และมนุษย์ทั้งปวงก็ตายสิ้น
22 บรรดาสัตว์ที่มีลมหายใจเข้าออกทางจมูก คือสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกก็ตายสิ้น
23 พระองค์ทรงทำลายล้างสัตว์ทั้งปวงที่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินตั้งแต่มนุษย์ สัตว์และสัตว์เลื้อยคลาน ตลอดจนถึงนกในอากาศ พวกเหล่านี้ถูกทำลายล้างเสียจากโลก เหลืออยู่แต่โนอาห์และบรรดาผู้ที่อยู่กับเขาในนาวา
24 น้ำท่วมแผ่นดินอยู่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบวัน

บทที่ 8


1 พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์กับบรรดาสัตว์ป่า และสัตว์ใช้งานที่อยู่กับโนอาห์ในนาวา จึงทรงทำให้ลมพัดมาเหนือแผ่นดิน น้ำก็ลดลง
2ตาน้ำทั้งหลายของน้ำบาดาลและช่องฟ้าทั้งหมดก็ปิด ฝนจากฟ้าก็หยุด
3 น้ำก็ลดลงจากแผ่นดินเรื่อยไป เมื่อล่วงไปหนึ่งร้อยห้าสิบวันแล้วน้ำก็ลดลง
4 ณวันที่สิบเจ็ดของเดือนที่เจ็ด นาวาก็ค้างอยู่บนเทือกเขาอารารัต
5 น้ำนั้นลดลงเรื่อยไปจนถึงเดือนที่สิบ ในวันที่หนึ่งเดือนที่สิบ ยอดภูเขาก็โผล่ขึ้นมา
6 เมื่อครบสี่สิบวันแล้ว โนอาห์ก็เปิดหน้าต่างที่ทำไว้ในนาวา
7 ปล่อยกาไปตัวหนึ่ง กาก็บินไปมาจนน้ำลดแห้งจากแผ่นดิน
8 โนอาห์ก็ปล่อยนกพิราบตัวหนึ่ง เพราะอยากรู้ว่าน้ำลดลงหมดไปจากแผ่นดินแล้วหรือยัง
9 แต่นกพิราบนั้นไม่พบที่ที่จะจับอาศัยอยู่ได้ เพราะน้ำยังท่วมพื้นแผ่นดินอยู่ จึงบินกลับมาหาโนอาห์ที่นาวา โนอาห์จึงยื่นมือออกไปจับนกพิราบนั้นเข้ามาไว้ด้วยกันในนาวา
10 โนอาห์คอยอยู่อีกเจ็ดวัน จึงปล่อยนกพิราบไปจากนาวาอีก
11 ครั้นเวลาเย็นนกพิราบก็กลับมายังโนอาห์ และคาบใบมะกอกเทศเขียวสดมา โนอาห์จึงรู้ว่าน้ำลดจากแผ่นดินแล้ว
12 โนอาห์คอยอยู่อีกเจ็ดวันจึงปล่อยนกพิราบไป นกนั้นไม่กลับมาหาโนอาห์อีกเลย
13 เมื่อถึงวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่ง ปีที่หกร้อยเอ็ด น้ำก็แห้งจากแผ่นดิน โนอาห์เปิดหลังคาที่ปิดนาวาแลดูเห็นว่าพื้นดินแห้ง
14 ครั้นถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนที่สองแผ่นดินก็แห้งแล้ว
15 พระเจ้าตรัสแก่โนอาห์ว่า
16 "เจ้าจงออกไปจากนาวาเถิด ทั้งภรรยาของเจ้าบุตรชายของเจ้า และบุตรสะใภ้ของเจ้าด้วย
17 จงพาสรรพสัตว์ที่มีชีวิต ที่อยู่กับเจ้าทุกชนิด คือนก สัตว์และสัตว์เลื้อยคลานให้ออกมา เพื่อจะได้เกิดพืชพันธุ์มากมายทวีขึ้นบนแผ่นดิน"
18 โนอาห์ก็ออกไปพร้อมกับบุตรภรรยาและบุตรสะใภ้
19 บรรดาสัตว์ที่มีชีวิตและทุกสิ่งที่เลื้อยคลาน กับบรรดานกและสัตว์ที่เคลื่อนไหวไปมาบนแผ่นดินก็ออกไปจากนาวาตามพันธุ์ของมัน
20 โนอาห์สร้างแท่นบูชาพระเจ้าและเลือกเอาสัตว์และนกประเภทไม่มลทินบางตัวมาเผาบูชาถวายที่แท่นนั้น
21 พระเจ้าทรงได้กลิ่นที่พอพระทัยแล้ว ทรงดำริในพระทัยว่า "เราจะไม่สาปแผ่นดินอีกต่อไป แม้ว่ามนุษย์ไม่ดี ถึงเค้าความคิดในใจของมนุษย์ล้วนแต่ชั่วตั้งแต่เด็กมา เราจะไม่ประหารสิ่งทั้งหลายที่มีชีวิตเหมือนอย่างที่เราได้กระทำแล้วนั้นอีก
22 โลกยังดำรงอยู่ตราบใดจะมีฤดูหว่านกับฤดูเกี่ยว เวลาเย็นกับเวลาร้อน ฤดูร้อนกับฤดูหนาว และมีวันและคืนเรื่อยไปตราบนั้น"

บทที่ 9


1 พระเจ้าทรงอวยพระพรโนอาห์และบุตรทั้งหลายของเขา ตรัสแก่เขาว่า "จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน
2 บรรดาสัตว์บนแผ่นดิน บรรดานกในอากาศ บรรดาสัตว์ที่เลื้อยคลานอยู่บนแผ่นดินและปลาทั้งสิ้นในทะเลจะกลัวพวกเจ้า เรามอบสัตว์ทั้งปวงไว้ในมือของพวกเจ้า
3 ทุกสิ่งที่มีชีวิตเคลื่อนไหวไปมาจะเป็นอาหารของเจ้า เราจะยกของทุกอย่างให้แก่เจ้า ดังที่เรายกต้นผักเขียวสดให้แก่เจ้าแล้ว
4 แต่อย่ากินเนื้อพร้อมกับชีวิตของมันคือเลือดของมัน
5 โลหิตที่เป็นชีวิตของเจ้านั้นเราจะทวง เราจะทวงจากสัตว์ทั้งปวง และเราจะทวงจากมนุษย์ด้วย เราจะทวงชีวิตมนุษย์จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
6 ผู้ใดฆ่ามนุษย์ให้โลหิตไหล มนุษย์จะฆ่าผู้นั้นให้โลหิตไหลเหมือนกัน เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ ตามพระฉายาของพระองค์
7 เจ้าจงมีลูกดกทวีมากขึ้น จงบังเกิดอุดมในแผ่นดินโลกและทวีมากขึ้นในนั้น"
8 พระเจ้าจึงตรัสแก่โนอาห์และบุตรทั้งหลายว่า
9 "นี่แน่ะ เราเองเป็นผู้ตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเจ้าและกับพงศ์พันธุ์ของเจ้า
10 และกับบรรดาสัตว์มีชีวิตที่อยู่กับเจ้าด้วย ทั้งนกและสัตว์ใช้และสารพัดสัตว์ป่าดินที่อยู่กับเจ้า บรรดาสัตว์ที่ออกจากนาวาคือสัตว์ป่าทั้งหลายในโลก
11 เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเจ้าว่าจะไม่ทำลายบรรดามนุษย์และสัตว์โดยให้น้ำท่วมอีก และจะไม่ให้มีน้ำมาท่วมทำลายโลกอีกต่อไป"
12 พระเจ้าตรัสว่า "นี่แหละเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญา ซึ่งเราตั้งไว้ระหว่างเรากับพวกเจ้า ทั้งบรรดาสัตว์มีชีวิตที่อยู่กับเจ้าสืบไปทุกชั่วอายุ
13 คือเราตั้งรุ้งของเราไว้ที่เมฆ และรุ้งนั้นจะเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาระหว่างเรากับโลก
14 เมื่อเราให้มีเมฆเหนือแผ่นดิน และมีรุ้งขึ้นที่เมฆนั้น
15 เราจะระลึกถึงพันธสัญญาของเราระหว่างเรากับเจ้า และบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตแล้วน้ำจะไม่ท่วมทำลายบรรดาสัตว์โลกอีกเลย
16 เมื่อมีรุ้งที่เมฆ เราจะดูรุ้งนั้น และระลึกถึงพันธสัญญาถาวรระหว่างพระเจ้ากับบรรดาสัตว์โลกที่มีชีวิต ซึ่งอยู่บนแผ่นดินโลก"
17 พระเจ้าตรัสแก่โนอาห์ว่า "นี่แหละเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาที่เราได้ตั้งไว้ระหว่างเรากับบรรดาสัตว์โลกซึ่งอยู่บนแผ่นดิน"
18 บุตรของโนอาห์ซึ่งออกมาจากนาวา ชื่อ เชม ฮาม และยาเฟท ฮามเป็นบิดาของคานาอัน
19 สามคนนี้เป็นบุตรชายของโนอาห์ มนุษย์จึงกระจายออกไปทั่วโลกจากคนเหล่านี้
20 โนอาห์เริ่มเป็นชาวไร่และทำสวนองุ่น
21 ท่านได้ดื่มเหล้าองุ่นเมา แล้วก็นอนเปลือยกายอยู่ที่เต็นท์ของท่าน
22 ฮามผู้เป็นบิดาคานาอันเห็นบิดาของตนเปลือยกายอยู่ จึงบอกพี่น้องทั้งสองที่อยู่ภายนอก
23 เชมกับยาเฟทก็เอาผ้าพาดบ่าแล้วทั้งสองคนก็เดินหันหลังเข้าไปปกปิดกายของบิดาที่เปลือยอยู่ โดยมิได้หันหน้าดูกายของบิดาที่เปลือยอยู่นั้น
24 เมื่อโนอาห์สร่างเมาแล้ว รู้ว่าบุตรสุดท้องทำกับท่านอย่างไร
25 จึงพูดว่า "คานาอันจงถูกแช่ง ให้เป็นทาสแสนเลวของพี่น้อง"
26 ท่านกล่าวด้วยว่า "ขอพระเจ้าของข้าพระองค์ ทรงอวยพระพรแก่เชม และให้คานาอันเป็นทาสของเขาเถิด
27 ขอพระเจ้าทรงเพิ่มพูนยาเฟทให้ทวียิ่งขึ้น ให้เขาอาศัยอยู่ในเต็นท์ของเชม และให้คานาอันเป็นทาสของเขาเถิด"
28 ตั้งแต่หลังน้ำท่วมโนอาห์มีชีวิตต่อไปอีกสามร้อยห้าสิบปี
29 รวมอายุโนอาห์ได้เก้าร้อยห้าสิบปีจึงสิ้นชีวิต

 

 

Additional information